ครีมกันแดด เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับตัวคุณ

0
468

การใช้ครีมกันแดดนับเป็นเรื่องสำคัญในบ้านเราที่ ปัจจุบันทั้งแสงแดดแรงและทั้งร้อนอบอ้าวมาก เพราะฉะนั้นสาวๆ ทั้งหลายที่อยากผิวสวยทั้งตัว ไม่อยากแก่เร็ว ควรหันมาใส่ใจปกป้องผิวกายและผิวหน้าให้ปลอดภัยจากรังสีร้าย เพราะรังสีร้ายใช้จะมีแต่ในแสงแดดเท่านั้น ในแดดร่มๆหรือภายใต้ก้อนเมฆหนาก็ยังมีรังสีส่วนหนึ่งทะลุทะลวงออกมา นอกจากนี้แสงที่ออกมาจากจอคอมพิวเตอร์ แสงจากจอโทรทัศน์ก็เป็นตัวการทำลายผิวหนังเช่นกัน

ครีมกันแดด

วิธิป้องกันอันตรายจากแสงแดดที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆอย่างในช่วงเวลา 9.00-16.00 น. หากต้องออกแดดควรกางรร่มกันแดดและควรสวมแว่นกันแดดด้วย เพื่อป้องกันดวงตาไม่ให้เสื่อมก่อนวัย นอกจากนั้นการทาครีมกันแดดก็จะช่วยป้องกันได้ดียิ่งขึ้น

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับครีมกันแดด

รังสีแสงแดดที่มีผลต่อผิวหนัง แบ่งเป็น 3 ช่วงคลื่น

  • ช่วงคลื่นระหว่าง 290-320 นาโนเมตร เรียกว่า รังสียูวีบี (UVB) ทำให้ผิวไหม้ เป็นฝ้า กระ
  • ช่วงคลื่นระหว่าง 320-400 นาโนเมตร เรียกว่า รังสียูวีเอ (UVA) ทำให้ผิวคล้ำไหม้แดด เป็นฝ้า กระ เสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังและทำลายคอลลาเจน ทำให้ผิวหย่อยยาน
  • ช่วงคลื่นระหว่าง 200-190 นาโนเมตร เรียกว่า รังสียูวีซี (UVC) เป็นรังสีที่มีอันตรายมากที่สุด เนื่องจากเป็นสาเหตุของมะเร็งผิวหนัง แต่รังสีชนิดนี้สามารถดูดซับไว้โดยโอโซนบนชั้นบรรยากาศของโลก ยังส่องมาที่พื้นโลกไม่มากนัก จึงยังไม่ต้องป้องกันรังสีชนิดนี้

ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีบี เรียกว่า ค่า SPF (Sun Protection Factor)

ค่า SPF ที่สูงแสดงว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีบี ได้มากและนานด้วย เช่น

  • SPF 10  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 89
  • SPF 15  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 93.3
  • SPF 20  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 95
  • SPF 25  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 96
  • SPF 30  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 96.7
  • SPF 45  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 97.8
  • SPF 50  ป้องกันแสงแดดรังสียูวีบี ได้ร้อยละ 98

ค่าประสิทธิภาพในการป้องกันรังสียูวีเอ เรียกว่า ค่า PA

  • PA+ ป้องกันรังสียูวีเอได้น้อย
  • PA++ ป้องกันรังสียูวีเอได้ปานกลาง
  • PA+++ ป้องกันรังสียูวีเอได้มาก

ครีมกันแดดกับการกันน้ำ

  • Water Resistant หมายถึง การหาค่า SPF หลังอยู่ในน้ำ 40 นาที
  • Waterproof (เท่ากับ Very Water Resistant) หมายถึง การหาค่า SPF หลังอยู่ในน้ำ 80 นาที คือจะทนน้ำได้นานเหมาะสำหรับการทาลงไปเล่นน้ำทะเลหรือสระว่ายน้ำ

การเลือกครีมกันแดดจากค่า SPF

  • SPF 15 สามารถปกป้องผิวได้นานเท่ากับ 15 นาที (เวลาที่ผิวหนังเริ่มทนแสงแดดไม่ได้) x 15 เท่ากับ 225 นาทีหรือ 3 ชั่วโมง 45 นาที เหมาะสำหรับการทาใช้ในที่ร่ม ในบ้านหรือในออฟฟิศ
  • SPF 30 สามารถปกป้องผิวได้นานเท่ากับ 15 นาที (เวลาที่ผิวหนังเริ่มทนแสงแดดไม่ได้) x 30 เท่ากับ 450 นาทีหรือ 7 ชั่วโมง 30 นาที เหมาะสำหรับการทาออกแดดและควนมีค่า PA+++ สำหรับป้องกันรังสียูวีเอ ด้วย
  • SPF 50 สำหรับผิวทั่วไปสามารถปกป้องผิวได้นานตลอดวัน จึงเหมาะสำหรับคนที่มีผิวไวต่อแดดและคนที่ต้องตากแดดจัดนานๆ

คำแนะนำในการทาครีมกันแดด

  1. การ ทานั้นต้องทาครีมกันแดดปริมาณ 2 มิลลิกรัม ต่อเนื้อที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร หากทาบางเกินไปก็ประสิทธิภาพลดลง ป้องกันแดดไม่ค่อยได้
  2. เครื่อง สำอางป้องกันแสงแดดควรเป็นชนิดทนน้ำหรือทนเหงื่อ และควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 20 นาที เพื่อให้ครีมซึมซับเข้าสู่ผิวหนังเสียก่อน
  3. วิธีทาครีมกันแดดบนใบ หน้า ให้แต้มเนื้อครีมกันแดดบนใบหน้าเล็กน้อยในตำแน่ง 5 จุด คือ หน้าผาก แก้มซ้าย แก้มขวา จมูกและคาง จากนั้นค่อยๆเกลี่ยเบาๆ จนเนื้อครีมซึมเข้าสู่ผิวหน้าจนหมด ทาไปถึงลำคอและด้านหลังลำคอที่ไม่มีเสื้อผ้าปกปิด รวมไปถึงใบหูเพื่อป้องกันแดด
  4. การออกแดดแรงควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง การใช้ครีมควรสังเกตุวันหมดอายุ โดยทั่วไป 2-3 ปี และไม่ควรเก็บครีมกันแดดไว้ในที่ร้อนๆ เช่นรถยนต์ที่ตากแดด
  5. หากคุ นเป็นคนแพ้ง่าย อย่าลืมทดสอบโดยทาครีมกันแดดที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายก่อน เพราะคุณอาจแพ้กรดพาราอะมิโนเบ็นโซอิค หรือพาบาก็ได้

การเลือกใช้ครีมกันแดดทาหน้า ครีมกันแดดทาตัว สิ่งที่สำคัญคือการเลือกใช้ให้เหมาะสมกับการใช้งาน รวมถึงต้องทำการทดสอบก่อนใช้งานจริงว่าคุณแพ้ครีมกันแดดยี้ห้อนั้นๆ หรือไม่ เพราะผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน ส่วนครีมกันแดดยี่ห้อไหนดี pantip คงให้คำตอบได้ดีระดับหนึ่ง แนะนำให้คุณสามารถเข้าไปอ่านรีวิวครีมกันแดดดูได้ ดังนี้

  • รีวิว 10 ครีมกันแดดสุดเทพ สาวหน้ามันต้องลอง!: sanook.com
  • มหากาพย์รีวิวครีมกันแดดสำหรับทาหน้า ราคาถูกและแพง ตัวไหนดีไม่ดี รึวิวจากประสบการณ์ใช้จริงหมดทุกตัว: pantip.com